นบีที่รัก

การให้เกียรติแก่โลกนี้ (การถือกำเนิดของท่านนบี)

"ฉันคือฮะบีบ ผู้เป็นที่รักของอัลลอฮฺตะอาลา ฉันคือผู้นำของบรรดานบี และฉันมิได้พูดเพื่อโอ้อวด" หะดีษ อัช-ชะรีฟ

เจ็ดชั้นแห่งพิภพ เจ็ดชั้นแห่งนภา อาณาจักรแห่งสรรพสิ่งทั้งมวลต่างเฝ้ารอผู้เป็นมหาบุรุษแห่งศาสนทูต ซัยยิด อัล-มุรซะลีน ผู้ทรงเป็นนบีท่านสุดท้าย คอตัม อัล-อันบิยา ผู้เป็นที่รักแห่งทางนำ ฮะบีบ อัล-ฮุดา ด้วยความเทิดทูนและปีติยินดี สรรพสิ่งทั้งปวงต่างพร้อมใจกันถวายคำต้อนรับว่า "ยินดีต้อนรับ โอ้ รอซูลุลลอฮฺ" 53 ปีก่อนฮิจเราะฮฺ 55 วันหลังจากเหตุการณ์ช้าง ในคืนวันจันทร์ วันที่สิบสองของเดือนรอบีอุลเอาวัล ใกล้รุ่งเช้าในละแวกบ้านของตระกูลฮาชิมในเมืองมักกะฮฺ ที่บ้านใกล้เนินเขาซอฟา นูรของอัลลอฮฺตะอาลาที่รอคอยมาเนิ่นนาน มุฮัมมัด มุศเฏาะฟา (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยการถือกำเนิดของท่าน จักรวาลดั่งได้คืนชีวิต ความมืดมิดมลายหายไปด้วยแสงแห่ง "นูร"1 อันเจิดจ้า

ค่ำคืนนี้ คือรัตติกาลแห่งการประสูติของผู้ประเสริฐ
โลกทั้งใบเจิดจ้าด้วยนูรอันรุ่งเรือง

ค่ำคืนนี้ โลกเปล่งประกายดั่งสวนสวรรค์
ทุกชีวิตได้รับความเมตตาจากอัลลอฮฺ

ค่ำคืนนี้ ผู้เปี่ยมอีมานเปล่งปลั่งด้วยความปีติ
พร้อมสละชีพเพื่อเทิดทูนรัตติกาลอันศักดิ์สิทธิ์

มุศเฏาะฟาคือความเมตตาสำหรับทั้งจักรวาล
มุศเฏาะฟาคือผู้วิงวอนขอความเมตตาแก่บาปชน

อุมมะตี อุมมะตี (ประชาชาติของฉัน ประชาชาติของฉัน)

ท่านหญิงอามีนะฮฺ มารดาผู้ทรงเกียรติที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุด ได้เล่าถึงการตั้งครรภ์ไว้ว่า "ฉันมิได้ประสบความทุกข์ยากหรือความเจ็บปวดใด ๆ ตลอดช่วงตั้งครรภ์ แทบจะไม่รู้สึกเลยว่ากำลังตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดี มีวันหนึ่งหลังจากผ่านไปหกเดือน ขณะที่อยู่ในภวังค์หลับ ๆ ตื่น ๆ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า 'ท่านรู้หรือไม่ว่ากำลังอุ้มท้องผู้ใดอยู่' เมื่อฉันตอบว่า 'ฉันมิทราบ' เสียงนั้นก็กล่าวว่า 'จงทราบเถิด ท่านกำลังอุ้มท้องนบีท่านสุดท้ายแห่งอุมมะฮฺ' และเมื่อเวลาคลอดใกล้เข้ามา บุคคลนั้นก็มาเยือนอีกครั้งและกล่าวว่า 'โอ้ อามีนะฮฺ เมื่อทารกคลอดออกมา จงตั้งชื่อเขาว่า มุฮัมมัด'" ในอีกเรื่องเล่าหนึ่งกล่าวว่า "โอ้ อามีนะฮฺ! เมื่อทารกคลอดออกมา จงตั้งชื่อเขาว่า อะห์มัด"

ท่านหญิงอามีนะฮฺ ได้เล่าถึงห้วงเวลาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการให้กำเนิดไว้ดังนี้

"เมื่อถึงเวลาแห่งการถือกำเนิด ฉันได้ยินเสียงกึกก้องดังสนั่นราวกับสวรรค์สะเทือน ร่างกายเริ่มสั่นสะท้าน ทันใดนั้นเอง ฉันเห็นนกขาวบริสุทธิ์ตัวหนึ่งบินมา แล้วกระพรือปีกแผ่วเบาสัมผัสร่างของฉัน ความหวาดกลัวและอาการสั่นไหวมลายหายไปในพริบตา ขณะนั้นฉันรู้สึกกระหายน้ำอย่างแรงกล้าราวกับไฟกำลังเผาไหม้ จู่ ๆ ก็มีถ้วยเชอร์เบทสีขาวดุจน้ำนมปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มีผู้ส่งถ้วยนั้นให้ฉันดื่ม เมื่อได้ลิ้มรส มันช่างเย็นชื่นใจและหวานฉ่ำกว่าน้ำผึ้งใด ๆ ความกระหายได้หายไปสิ้น แล้วฉันก็ได้เห็นรัศมีนูรอันเจิดจรัส ส่องสว่างทั่วทั้งเรือนจนฉันไม่อาจมองเห็นสิ่งใดนอกจากแสงนูรอันบริสุทธิ์นั้น

หากท่านต้องการหลีกหนีจากไฟนรก จงกล่าวอัศศอลาตด้วยความรักและความกระตือรือร้นเถิด

อัศศอลาตุวัซซะลามุอะลัยกะ ยา ระซูลัลลอฮฺ

อัศศอลาตุวัซซะลามุอะลัยกะ ยา ฮะบีบัลลอฮฺ

อัศศอลาตุวัซซะลามุอะลัยกะ ยา นูร อัล-อะรัชิลลาฮฺ

สถานที่ถือกำเนิดของท่านนบี (ปัจจุบันใช้เป็นห้องสมุดมักกะฮฺ)

บ้านที่ท่านนบีเกิด เป็นบ้านของท่านฮาชิม อิบนุ อับดุลมะนาฟ ปู่ทวดของท่าน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกะอฺบะฮฺ ห่างออกไปราว 300-400 เมตร

ท่านนบีได้มอบบ้านหลังนี้ให้แก่ อะกีล อิบนุ อะบีฏอลิบ เมื่อตอนที่ท่านฮิจเราะฮฺ ลูกหลานของอะกีลได้ขายบ้านหลังนี้ให้แก่มุฮัมมัด อิบนุ ยูซุฟ อัซ-ซะกะฟี

ต่อมา ท่านหญิงคัยซุรอน แม่ของฮารูน รอชีด ได้ซื้อบ้านหลังนี้และเปลี่ยนให้เป็นมัสยิด

มัสยิดนี้ได้รับการดูแลรักษาโดยราชวงศ์อับบาซิดและมัมลุค และยังคงได้รับการอนุรักษ์อย่างดีในสมัยออตโตมัน สุลต่านสุลัยมานได้สร้างมัสยิดขึ้นมาใหม่

ตลอดประวัติศาสตร์ มัสยิดแห่งนี้ได้รับการบูรณะหลายครั้ง

ในปี พ.ศ. 2467 (ค.ศ. 1924) มัสยิดแห่งนี้ถูกรื้อทำลาย บ้านที่สร้างขึ้นที่นี่โดยเชคอับบาส กัตตาน ในปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) ได้ถูกใช้เป็นห้องสมุดสาธารณะมักกะฮฺตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 (ค.ศ. 1959)

ในระหว่างนั้น ฉันเห็นผู้หญิงหลายคนล้อมรอบและคอยช่วยเหลือฉัน พวกเธอมีรูปร่างสูง ใบหน้าเปล่งประกายเหมือนดวงอาทิตย์ ดูเหมือนหญิงสาวจากเผ่าอับดุลมะนาฟ ฉันรู้สึกแปลกใจที่พวกเธอปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน หนึ่งในนั้นบอกว่า "ฉันคืออาซิยะฮฺ ภรรยาของฟาโรห์" อีกคนหนึ่งบอกว่า "ฉันคือมัรยัม บินตฺ อิมรอน และบรรดาฮูรเหล่านี้2คือหญิงสาวในสวรรค์"

ในวันกิยามะฮฺ ขณะที่ทุกสิ่งเงียบงัน ข้าจะกล่าววาจา และเมื่อไม่มีผู้ใดสามารถขยับได้ ข้าจะขอความเมตตาแทนพวกเขา"
หะดีษ อัช-ชะรีฟ

ในเวลาเดียวกัน ฉันเห็นผืนผ้าไหมสีขาวยาวทอดจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน มีเสียงพูดว่า "จงปกปิดเขาจากสายตาของผู้คน" ตอนนั้น ฝูงนกปรากฏขึ้น ปากของพวกมันทำจากมรกต ปีกของมันทำจากทับทิม ฉันเหงื่อแตกเพราะความหวาดกลัว กลิ่นของชะมดเชียงโชยมาจากเหงื่อที่หยด ขณะที่ฉันอยู่ในสภาพนั้น ม่านถูกยกออกจากสายตาของฉัน ฉันมองเห็นทั่วทั้งโลกจากตะวันออกถึงตะวันตก มีมลาอิกะห์ล้อมรอบฉันอยู่

ทันทีที่มุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ถือกำเนิด ท่านก้มศีรษะลงสู่สัจญดะห์ และชูนิ้วชี้ขึ้น จากนั้นมีก้อนเมฆสีขาวลอยลงมาจากท้องฟ้าและห่อหุ้มท่านไว้ ฉันได้ยินเสียงพูดว่า "จงพาเขาไปทั่วทุกแห่งจากทิศตะวันตกถึงทิศตะวันออก จงแสดงให้ทั่วทั้งจักรวาลได้เห็นเขาพร้อมกับชื่อเสียงเรียงนาม เรือนร่าง และคุณลักษณะของเขา จงให้พวกเขารู้ว่าชื่อของเขาคือมาฮี นั่นคือ อัลลอฮฺตะอาลา ได้ลบล้างสัญลักษณ์ทั้งปวงแห่งการตั้งภาคีด้วยเขา" ก้อนเมฆนั้นก็หายไป และฉันเห็นมุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนสัตว์สีขาว ตอนนั้น มีคนสามคนปรากฏตัว ใบหน้าของพวกเขาเปล่งประกายเหมือนดวงอาทิตย์ คนหนึ่งถือเหยือกเงิน อีกคนถืออ่างมรกต และอีกคนถือผ้าไหม ดูเหมือนว่ามีชะมดเชียงหยดออกมาจากเหยือก พวกเขาวางลูกของฉันลงในอ่างนั้น หลังจากล้างศีรษะและเท้าของเขาแล้ว พวกเขาห่อตัวเขาด้วยผ้าไหม จากนั้นก็ใส่น้ำหอมบนศีรษะ ทาขอบตาด้วยผงแร่อิษมิด แล้วก็หายไป

เหล่าทูตสวรรค์หลั่งไหลลงมาเรียงแถว
โคจรรอบเรือนราวกับกะอฺบะฮฺอันศักดิ์สิทธิ์
นางฮูรแห่งสรวงสวรรค์เคลื่อนกายเข้ามาเป็นหมู่
ใบหน้าเปล่งประกาย นูรส่องเรือนน้อยกลายเป็นวิมาน

ที่กลางอากาศ เตียงทองลอยละล่อง
"ซุนดุส" ทูตสวรรค์ผู้ปูเตียงนั้นด้วยมือตน

ฉันยลด้วยตา ใจสะท้านด้วยความพิศวง
ทุกสิ่งเปิดเผยชัดเจน ไร้สิ่งใดปิดบัง

ทันใดนั้น กำแพงแยกออกเป็นสองฝั่ง
นางฮูรสามนางจากสวรรค์ปรากฏองค์งามสง่า

หนึ่งในนั้นคือท่านอาซิยะฮ์ผู้เปี่ยมรัศมี
อีกคือท่านมัรยัมผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน
พร้อมด้วยนางฮูรอีกหนึ่ง ผู้ล้ำเลิศงามจับใจ

ทั้งสามเยื้องกายมาด้วยความละมุน
กล่าวสลามฉันด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา

นั่งล้อมรอบฉันอย่างอ่อนโยน
แจ้งข่าวประเสริฐเรื่องมุศฏอฟา ผู้เป็นศาสดาแห่งโลกา

ในขณะที่ มุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ถือกำเนิด มีผู้อยู่ร่วมกับท่านหญิงอามีนะฮฺ มารดาของท่านนบี ได้แก่ ท่านหญิงชิฟาอฺ มารดาของอับดุรรอห์มาน อิบนุ เอาฟ์ ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ มารดาของอุษมาน อิบนุ อะบิล-อาศ และท่านหญิงซอฟียะฮฺ ผู้เป็นป้าของท่านนบี พวกเธอได้เล่าถึงแสงสว่างที่พวกเธอเห็นและเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกิดขึ้นดังนี้

"ในวันกิยามะฮฺ ฉันจะเป็นอิหม่าม เป็นคนกล่าวคุฏบะฮฺ และเป็นผู้ขอความช่วยเหลือให้แก่บรรดานบีทั้งหมด ฉันมิได้พูดเช่นนี้เพื่อเป็นการโอ้อวด" หะดีษ อัช-ชะรีฟ

ท่านหญิงชิฟาอฺ มารดาของท่านอับดุรเราะฮฺมาน อิบนุ เอาวฟ์ เล่าว่า "ในคืนนั้น ฉันอยู่เคียงข้างท่านหญิงอามีนะฮฺในฐานะผู้ช่วย เมื่อมุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ถือกำเนิด ฉันได้ยินเสียงท่านกล่าววิงวอนด้วยถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์ และมีเสียงจากที่ไม่อาจมองเห็นกล่าวขึ้นว่า 'ยัรฮะมุกะ ร็อบบุกา' แล้วแสงสว่างก็ปรากฏขึ้น แสงนั้นเจิดจ้าไพศาลเสียจนฉันสามารถมองเห็นได้ทั่วทุกทิศ ตั้งแต่ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก"

เธอซึ่งได้เห็นเหตุการณ์พิเศษในค่ำคืนแห่งการถือกำเนิดนั้นอีกหลายประการ ยังกล่าวอีกว่า "เมื่อการเป็นนบีของท่านถูกเปิดเผย ฉันเป็นหนึ่งในผู้แรกเริ่มที่เข้ารับอิสลาม โดยปราศจากความลังเลแม้แต่น้อย"

ทุกสรรพสิ่งในจักรวาลต่างเปี่ยมปีติ
ความโศกหายสิ้น โลกาฟื้นคืนชีวี
อณูทั้งผองร่ำไห้ด้วยความยินดี
เปล่งวาจาทักทายด้วยหัวใจเบิกบาน

สลาม แด่เจ้าจอมผู้นำอันยิ่งใหญ่
สลาม แด่ท่านบ่อเกิดแห่งปัญญาอันล้ำเลิศ

สลาม แด่ท่านผู้เป็นความลึกลับแห่งคัมภีร์
สลาม แด่ท่านยารักษาทุกข์โศกทั้งมวล

สลาม แด่นกไนติงเกลงามเลิศแห่งอุทยาน
สลาม แด่ท่านผู้ใกล้ชิดกับองค์ผู้ทรงฤทธา

สลาม แด่ท่านดวงจันทร์และตะวันแห่งสัจธรรม
สลาม แด่ท่านผู้ดำรงมั่นในความจริงนิรันดร์

สลาม แด่ท่านที่พึ่งของเหล่าคนบาปในประชาชาติ
สลาม แด่ท่านที่พึ่งพิงของผู้อ่อนแอไร้ที่ยึดเหนี่ยว

สลาม แด่ท่านผู้เป็นที่รักยิ่งของคอลีล
สลาม แด่ท่านมิตรแท้ของพระผู้ทรงสูงส่ง

สลาม แด่ท่านความเมตตาแผ่ไพศาลทั่วทั้งโลก
สลาม แด่ท่านผู้วิงวอนเพื่อคนบาปทั้งปวง

สลาม แด่ท่านผู้เป็นเจ้าแห่งทั้งสองภพ
เพื่อท่านนี้เอง จักรวาลจึงถูกสร้างขึ้นมา

ท่านหญิงซอฟียะฮฺได้เล่าว่า "ตอนที่มุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ถือกำเนิด มีแสงสว่างส่องไปทั่วทุกหนแห่ง เมื่อท่านมาถึง ท่านก็ก้มลงสุญูดทันที แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวอย่างชัดเจนว่า 'ลา อิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ อินนี รอซูลุลลอฮฺ' ตอนที่ฉันจะอาบน้ำให้ท่าน มีเสียงดังขึ้นมาว่า 'เราส่งเขามาในสภาพที่สะอาดแล้ว' เมื่อดูก็เห็นว่าสายสะดือถูกตัดและขลิบมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากท่านเกิดออกมา ท่านก็ทำการสุญูดทันที ตอนนั้นท่านกำลังเอ่ยอะไรสักอย่างเบา ๆ ฉันเอาหูเข้าไปใกล้ ๆ ปากท่าน ได้ยินท่านกล่าวว่า 'อุมมะตี อุมมะตี (ประชาชาติของฉัน ประชาชาติของฉัน)'"3

ท่านรอซูลหันไปทางกะอฺบะฮฺ ก้มหน้าแนบพื้น ทำการสุญูด

ศีรษะก้มลง นิ้วชี้ท่านชูขึ้นฟ้า สรรเสริญอัลลอฮฺ ยืนยันความเป็นหนึ่งของพระองค์

ท่านกล่าวว่า โอ้เมาลา ฉันหันหน้ามาหาพระองค์ โอ้อิลาฮี ฉันขอพรเพื่อประชาชาติของฉัน

ท่านรอคอยความช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า กล่าวซ้ำว่า ประชาชาติของฉัน ประชาชาติของฉัน

ตอนที่ท่านนบีผู้เป็นที่รักของเรากำลังเกิด ปู่ของท่านคืออับดุลมุฏฏอลิบกำลังวิงวอนขอพรต่ออัลลอฮฺอยู่ข้างกะอฺบะฮฺ ท่านได้รับข่าวดีดังนี้

จู่ ๆ กะอฺบะฮฺก็เอนไปสุญูดทางมะกอม อัล-อิบรอฮีม แล้วก็กลับมาเหมือนเดิม อับดุลมุฏฏอลิบได้ยินเสียงจากกะอฺบะฮฺอย่างชัดเจนว่า "อัลลอฮฺอักบัร เสียงของมุฮัมมัดจะกำจัดรูปเคารพออกไปจากฉัน" ตอนนั้นเอง รูปเคารพหุบัลก็ล้มคว่ำหน้า แล้วมีเสียงดังมาว่า "อามีนะฮฺคลอดบุตรชายแล้ว มุฮัมมัดจะนำผู้คนออกจากความมืดมิดของการปฏิเสธมาสู่แสงสว่างแห่งศรัทธา อัลลอฮฺส่งท่านมาเป็นนบีสำหรับมนุษย์และญิน โอ้ บรรดามลาอิกะฮฺ จงเป็นพยาน กุญแจทุกขุมทรัพย์ได้มอบให้แก่ท่านแล้ว จงจำวันเกิดของท่าน ให้วันนี้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์สำหรับพวกเจ้าจนถึงวันกิยามะฮฺ" เมื่ออับดุลมุฏฏอลิบได้ยินอย่างนั้น ท่านตกตะลึงพูดไม่ออก เอามือแตะอกถามว่า "ฉันฝันไปหรือเปล่า" แต่แล้วก็ได้ยินเสียงอีกว่า "โอ้ ผู้นำกุร็อยช์ อะไรทำให้ท่านกลัว" ท่านไม่สามารถตอบอะไรได้เลยแม้แต่คำเดียว

เมื่อเข้าใกล้บ้านอามีนะฮฺ ท่านเห็นนกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนหลังคา มันกางปีกคลุมบ้านทั้งหลัง ภูเขารอบมักกะฮฺเปล่งแสงจากรัศมีของนกนั้น เมฆสีขาวลอยมาบังบ้านไว้ มีทูตสององค์ยืนขวางหน้าประตูไม่ให้เข้า ขณะที่ท่านกำลังสงสัยว่า "เกิดอะไรขึ้น นี่ฉันฝันไปหรือเปล่า" กลิ่นชะมดเชียงหอมจากในบ้านก็โชยมาถึงท่าน

อับดุลมุฏฏอลิบซึ่งได้เห็นเหตุการณ์มากมายในวันที่มุฮัมมัดเกิด รู้สึกดีใจมากกับข่าวดีนี้และพูดว่า "บุตรชายคนนี้ของฉันจะยิ่งใหญ่และมีเกียรติอันสูงส่ง"4

เพื่อฉลองความสุขครั้งนี้ อับดุลมุฏฏอลิบจัดงานเลี้ยงให้ชาวมักกะฮฺสามวัน เริ่มจากวันที่เจ็ดหลังจากท่านนบีเกิด ท่านยังเชือดอูฐในทุกมุมเมืองแจกจ่ายให้คนและสัตว์5 ในงานเลี้ยง มีคนถามว่าตั้งชื่อหลานว่าอะไร ท่านตอบว่า "ฉันตั้งชื่อเขาว่า มุฮัมมัด" เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่ใช้ชื่อบรรพบุรุษ ท่านตอบว่า "เพราะฉันอยากให้อัลลอฮฺและผู้คนยกย่องสรรเสริญเขา"6 ในอีกรายงานหนึ่งบอกว่าคนที่ตั้งชื่อ "มุฮัมมัด" คือท่านหญิงอามีนะฮฺ

โอ้ ท่านผู้มีใบหน้าดังพระจันทร์เต็มดวง โอ้ ท่านผู้เป็นที่พึ่งของผู้ล้มลง

โอ้ ท่านผู้เป็นยารักษาหัวใจที่โศกเศร้า โอ้ ท่านผู้เป็นผู้นำของทุกสรรพสิ่ง

ท่านคือผู้นำสูงสุดของเหล่านบี ท่านคือแสงสว่างในดวงตาของเหล่าวะลี

โอ้ ท่านผู้เป็นนบีองค์สุดท้ายบนบัลลังก์ โอ้ ท่านแห่งตราประทับสุดท้ายของการเป็นนบี

เมื่อแสงของท่านส่องสว่างทั่วโลกา ใบหน้าดั่งกุหลาบของท่านเปลี่ยนโลกให้เป็นสวน ดอกไม้

ความมืดแห่งความโง่เขลาถูกทำลายสิ้น สวนแห่งความรู้ผลิดอกออกผลเต็มที่

โอ้ ที่รักของอัลลอฮฺ โปรดช่วยเราด้วย ขอให้เราได้ชื่นชมเห็นท่านในวาระสุดท้ายของชีวิต

เรื่องราวสำคัญในคืนที่ท่านนบีเกิด

ก่อนและระหว่างที่ท่านนบีผู้เป็นที่รักยิ่งของเรา มุฮัมมัด เกิด มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าโลกกำลังต้อนรับท่าน บุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นฝันเห็นสิ่งต่าง ๆ ก่อนท่านนบีจะเกิด เมื่อพวกเขาไปให้หมอดูและนักปราชญ์ที่มีชื่อช่วยทำนายความฝัน พวกเขาต่างบอกว่าความฝันเหล่านั้นเป็นสัญญาณว่ามุฮัมมัดกำลังจะมา

"ฉันถูกส่งมายังโลกนี้ผ่านเชื้อสายที่ประเสริฐที่สุด โดดเด่นที่สุด ในหมู่ผู้คนทุกยุคทุกสมัย"
หะดีษ อัช-ชะรีฟ

อับดุลมุฏฏอลิบ ปู่ของท่านนบี เล่าว่า "ครั้งหนึ่ง ฉันหลับไป และตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่ปกติ ความฝันนั้นทำให้ใจฉันร้อนรน จึงรีบไปหาหมอดูเพื่อให้ช่วยทำนาย เมื่อเขาเห็นหน้าฉัน เขากล่าวว่า
'โอ้ ผู้นำแห่งกุร็อยช์! เหตุใดใบหน้าท่านจึงดูแปลกนัก หรือมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น'
ฉันตอบว่า 'ใช่ ฉันฝันประหลาดนัก แต่ยังมิได้เล่าให้ใครฟัง' จากนั้นฉันก็เล่าความฝันให้เขาฟังว่า

'ในฝันของฉัน มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง สูงเสียดฟ้า กิ่งก้านแผ่ไปทั่วทิศตะวันออกและตะวันตก ต้นไม้ต้นนั้นเปล่งรัศมีเจิดจ้า จนดวงอาทิตย์ยังดูหม่นเมื่อเทียบกับแสงของมัน บางครั้งมันก็ปรากฏ บางครั้งก็เลือนหาย ผู้คนต่างมุ่งหน้าไปยังต้นไม้นั้น แสงของมันเพิ่มขึ้นทุกขณะ บางคนจากเผ่ากุร็อยช์ของเราก็เกาะกิ่งไม้นั้นไว้ ในขณะที่บางคนพยายามตัดมัน มีชายหนุ่มผู้หนึ่ง ยืนขวางผู้ที่ต้องการทำลายต้นไม้ ใบหน้าของเขางดงามอย่างที่ฉันไม่เคยพบ กลิ่นหอมฟุ้งออกจากร่างของเขา ฉันยื่นมือออกไปหมายจะจับกิ่งไม้ แต่ไม่สามารถเอื้อมถึง'

เมื่อฉันพูดจบ ใบหน้าของหมอดูก็ซีดเผือด เขากล่าวว่า 'ท่านไม่มีส่วนในเรื่องนี้' ฉันถามว่า 'แล้วใครเล่าที่มีส่วน' เขาตอบว่า 'คือบรรดาผู้ที่เกาะกิ่งของต้นไม้นั้น' แล้วเขากล่าวต่อว่า 'จะมีนบีท่านหนึ่งปรากฏขึ้นจากเชื้อสายของท่าน เขาจะครองแผ่นดิน ผู้คนจะศรัทธาในศาสนาของเขา' จากนั้นเขาหันไปทาง อบูฏอลิบ บุตรของข้าที่นั่งอยู่ด้วย แล้วกล่าวว่า 'เขาจะเป็นลุงของนบีนั้น'"

ต่อมา อบูฏอลิบได้เล่าเหตุการณ์นี้แก่ท่านนบี เมื่อการเป็นนบีของท่านถูกประกาศ และกล่าวด้วยศรัทธาว่า "ต้นไม้ในฝันนั้น ก็คือ อบุลกอซิม อัลอะมีน มุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม) นั่นเอง"

ในคืนที่ท่านนบีมุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ผู้เป็นที่รักของเรา ได้ถือกำเนิด ดาวดวงหนึ่งปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า นักปราชญ์ชาวยิวผู้เชี่ยวชาญด้านดวงดาวเมื่อเห็นปรากฏการณ์นี้ ก็รู้ทันทีว่า "มุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ได้ถือกำเนิดแล้วในคืนนี้"

ฮัสซาน อิบนุ ษาบิต หนึ่งในเศาะฮาบะฮฺ เล่าว่า "ข้าพเจ้าอายุแปดขวบในเวลานั้น เช้าวันหนึ่ง ข้าพเจ้าเห็นชาวยิวคนหนึ่งวิ่งพลางร้องตะโกนว่า 'โอ้ ชาวยิวทั้งหลาย' เมื่อผู้คนมารวมตัวกันและถามว่า 'เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ้าจึงตะโกน' เขาตอบว่า 'พึงรู้ไว้เถิดว่า ดาวของอะห์มัดได้ปรากฏขึ้นแล้วในคืนนี้ อะห์มัดได้ถือกำเนิดแล้ว'

ในคืนนั้นเอง รูปเจว็ดทั้งหมดในกะอฺบะฮฺก็ล้มลงคว่ำหน้าลง

อุรวะฮฺ อิบนุ อัซ-ซุบัยร์ เล่าว่า "มีคนกลุ่มหนึ่งจากเผ่ากุร็อยช์ซึ่งบูชารูปเจว็ด พวกเขาจะมาทำตะวาฟรอบรูปนั้นปีละครั้ง ฆ่าอูฐพลี และดื่มเหล้าองุ่น วันหนึ่งเมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาพบว่ารูปเจว็ดล้มคว่ำลง พอยกขึ้น มันก็ล้มอีก เหตุการณ์เกิดซ้ำถึงสามครั้ง
จนเมื่อพวกเขาใช้เสาช่วยยันไว้ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า 'มีบุคคลหนึ่งได้ถือกำเนิด โลกทั้งโลกสั่นไหว รูปเคารพทั้งปวงล้มคว่ำ และหัวใจของบรรดากษัตริย์สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว'
เหตุการณ์นี้ตรงกับคืนที่ท่านมุฮัมมัด อะลัยฮิสสลาม ถือกำเนิด"

คืนเดียวกันนั้น หอคอยสิบสี่หอในพระราชวังของกษัตริย์เปอร์เซียที่เมืองมะดาอินได้ถล่มลง กษัตริย์และประชาชนตื่นขึ้นกลางดึกด้วยความหวาดผวา
เมื่อผู้รู้ของพวกเขาได้แปลความฝันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏในคืนนั้น พวกเขาตระหนักว่านี่คือ สัญญาณแห่งเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก

หมอดูผู้มีชื่อเสียงที่สุดของพวกเขาได้กล่าวว่า"ความฝันเหล่านั้นบอกเราว่า ดามัสกัส ไทกริส ยูเฟรติส อิรัก และเปอร์เซีย จะตกอยู่ภายใต้ร่มเงาแห่งอิสลาม"